น่าเห็นใจ ลุงประหยัด ป่วยจนเดินไม่ได้ ลูกแท้ๆไม่สนใจ

ชาวเน็ตแห่แชร์ภาพจากเฟสบุคส่วนตัวคุณ  Tree Teerapol ที่โพสต์ภาพชายชราในชุดผู้ป่วยโรงพยาบาล พร้อมเล่าเรื่องราวประมานว่า ลุงคนนี้ตามบัตร อยู่ปทุมธานี โดยลุงมาเช้าห้องของคุณย่า จ้าของโพสต์อยู่ แต่เมื่อเลิกกิจการบ้านเช่าลุงไม่มีที่ไป เลยให้อยู่ฟรีมา 15 ปีจนถึงตอนนี้

ส่วนรายละเอียดในโพสต์ได้ระบุไว้วว่า

ลุงชื่อ ลุงประหยัด พันธ์ทอง ภูมิลำเนาตามบัตรประชาชน อยู่ปทุมธานี ลุงแกมาเช่าห้องบ้านย่าของผมอยู่ จนย่าผมเลิกกิจการบ้านเช่า แต่ลุงไม่มีที่ไป ทางบ้านผมจึงให้แกอาศัยอยู่ฟรีๆโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ แกอาศัยอยู่มาประมาณ 15 ปี เดิมทีลุงประหยัดประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่ ต่อมาลุง เริ่มขับไม่ไหวจึงเลิกขับและมาเป็นคนเก็บขยะขายของเก่าเพื่อประทังชีวิต สำหรับผมถ้ามีผมก็คอยช่วยแกให้เงินบ้าง(ไม่มาก) หาข้าวให้ลุงแกบ้าง ช่วยได้ตามกำลังที่ผมมี ลุงเล่าให้ฟังว่า ลุงมีลูก 2 คน แกให้เบอร์ลูกแก เพื่อให้ผมช่วยติดต่อเพื่อขอเงินมาใช้จ่ายบ้าง แต่คำตอบที่ผมได้รับจากลูกของแกคือ ไม่สามารถเลี้ยงดูพ่อได้ ให้ผมช่วยดูแล แล้วจะส่งเงินมาให้ โดยขอเลขที่บัญชีของผมไป แต่ก็ไม่เคยโอนเงินมาให้สักครั้งเดียว ลุงแกก็รอเงินจากลูกทุกวัน และไม่มีแม้แต่การติดต่อกลับมาเพื่อถามไถ่ว่าลุงแกเป็นอย่างไรบ้าง

เมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมา ลุงแก มาขอเงินผมเพื่อที่จะกลับบ้านไปหาลูกที่ปทุมธานี ผมเลยให้เงินแกไปเป็นค่ารถ และได้เขียนเบอร์โทรศัพท์ของผมให้ลุงไปด้วยเผื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉิน

ต่อมา วันที่ 1 พฤษภาคม ลุงประหยัด ได้ออกเดินทางกลับบ้านที่ปทุม โดยรถประจำทาง และไปรอต่อรถที่อนุสาวรีย์ฯ ผมได้รับการติดต่อจากคนที่ช่วยเหลือลุงไว้ ว่าลุงแกเป็นลม หมดสติ ผมจึงขอให้ผู้ที่ช่วยลุงให้ช่วยพาลุงมาส่งผมที่บ้าน และผมได้พาลุงไปส่งที่โรงพยาบาลเพชรเกษม 2 (โดยใข้สิทธิ์บัตร 30 บาทของลุง)

อาการป่วยของลุง : เส้นเลือดในสมองตีบ ไม่สามารถเดินได้เอง กล้ามเนื้อขาอ่อนเเรง ปากเบี้ยว ฟังลุงแกพูดไม่ค่อยจะรู้เรื่อง และลุงพยายามเข้าห้องน้ำเอง ทำให้ลื่นล้ม หัวแตกอีก

ส่วนลูกของลุง : ที่เคยติดต่อได้ตอนนั้น ก็ไม่สามารถติดต่อได้แล้ว

การช่วยเหลือ : ผมได้ส่งขอความช่วยเหลือไปยังกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีเจ้าหน้าที่มาประเมินเคสของลุง ในวันที่ 10 พฤษภาคม และแจ้งว่าไม่สามารถรับเคสของลุงเข้าไปได้ เนื่องจากลุงไม่สามารถข่วยเหลือตัวเองได้

การดำเนินการ : รอผลจากโรงพยาบาลว่าจะสามารถช่วยเหลือลุงได้อย่างไรบ้าง

สำหรับตัวลุงเอง ทางผมได้แจ้งลุงไปแล้วว่าไม่สามารถติดต่อญาติของลุงให้มาดูแลได้(โรงพยาบาลช่วยติดต่อด้วย) และลุงยินยอมที่จะไปอยู่กับมูลนิธิใดก็ตามที่จะมาช่วยเหลือลุงนะครับ

ผมยังคงเข้าไปเยี่ยมลุงทุกวันหลังเลิกงาน โดยได้รับการสนับสนุนเรื่องค่าอาหารให้ลุงจากเพื่อนๆ และพี่ๆ ที่ทำงานครับ

อย่างไรก็ตามผมก็จะช่วยลุงอย่างเต็มที่ตามกำลังที่ผมมีและสามารถทำได้นะครับ

สิ่งที่ต้องการความช่วยเหลือ : คือ ต้องการให้หน่วยงาน หรือมูลนิธิ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ หรือเอกชน มารับลุงไปดูแล หลังจากลุงได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว

ข้อมูลดพิ่มเติม sanook

ผู้สนับสนุนโฆษณา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น